ลู่วิ่งวีอาร์ เทคโนโลยีใหม่เปิดประสบการณ์การวิ่งที่ไม่ธรรมดา

ลู่วิ่งวีอาร์

   เมื่อพูดถึง VR หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีไม่น้อย เพราะเทคโนโลยี VR ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตคนเรามากขึ้นในหลายๆปีที่ผ่านมา ทั้งการดูหนัง หรือการเล่นเกมส์ ที่ได้ VR เข้ามามีบทบาทเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นมากขึ้น และตอนนี้เทคโนโลยี VR ก็ได้เข้ามามีบทบาทในวงการการออกกำลังกายอีกด้วย โดยการผสมผสาน VR เข้ากับการวิ่งบนลู่วิ่ง ทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งของคุณจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ก่อนอื่นเรามาเท้าความกันก่อนดีกว่าว่าเทคโนโลยี VR ที่แพร่หลายในปัจจุบันนี้มีที่ไปที่มาอย่างไร แล้วทำไม่อยู่ๆถึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก VR หรือ Virtual Reality หากแปลตรงๆเลยก็คือ ความจริงเสมือน โดย VR เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมจริงให้กลายเป็นภาพเสมือนจริงผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส หรือแม้กระทั่งกลิ่น โดยจะตัดขาดเราออกจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันให้ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำลองขึ้นมา ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นเทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR นี้ เกิดขึ้นครั้งแรกจาก Morton Heiling ที่ได้คิดค้น the Sensorama ซึ่งเป็นเครื่องจำลองภาพสามมิติที่เพิ่มสัมผัสเพื่อความสมจริงมากที่สุด ต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงและถูกนำไปใช้กับการฝึกทหารจนกระทั่งได้แพร่หลายมาสู่วงการเกมส์ และปัจจุบันเทคโนโลยี VR ได้แพร่ขยายเป็นงวงกว้างมากขึ้น

   ซึ่ง VR ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มากๆเพราะสามารถจำลองภาพ และสิ่งแวดล้อมต่างๆให้เหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น การนำเทคโนโลยี VR มาผสมผสานกับการวิ่งบนลู่วิ่งจึงนับเป็นก้าวสำคัญไม่น้อยสำหรับวงการการออกกำลังกาย โดยบริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Blue Goji ผู้พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีความจริงเสมือนหรือ VR ได้พัฒนาลู่วิ่งตัวนี้ขึ้นมาเพื่อให้การวิ่งธรรมดาๆไม่ธรรมดาอีกต่อไป โดยลู่วิ่งถูกออกแบบมาให้มีการเคลื่อนที่โดยพ่วงด้วยแว่นตา VR ที่ผู้วิ่งจะต้องสวมใส่ขณะวิ่งบนลู่วิ่งนอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆสำหรับเล่นเกมส์ พร้อมทั้งเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันการหกล้มระหว่าที่วิ่งด้วย ซึ่งหลังจากการทดสอบการวิ่งด้วยลู่วิ่งวีอาร์นี้ ผู้วิ่งจะได้ประสบการณ์การว่งที่แปลกใหม่ ทำให้การวิ่งไม่จำเจ ผู้วิ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางมากขึ้นและระยะเวลาที่นานขึ้น เพราะโลกเสมือนจริงนี้จะพาผู้วิ่งออกไปสัมผัสกับสถานที่แปลกตา ทำให้ผู้วิ่งเพลินจนสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นนั่นเอง

   แต่ข้อจำกัดหนึ่งของเทคโนโลยี VR นั้นก็คือ ผู้ใช้งานหลายคนจะต้องเผชิญกับอาการที่เรียกว่า VR Motion Sickness หรือ ภาวะคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะระหว่างที่สวมแว่นตา VR เพราะโดยปกติแล้วการเคลื่อนที่บนโลกของ VR จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ณ ตอนนั้น ทำให้ผู้ใช้งานเกิดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ได้ แต่ทาง Blue Goji ยืนยันว่า จะไม่เกิดปัญหานี้กับ ลู่วิ่งวีอาร์ ตัวนี้แน่นอน เพราะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว โดยทาง Blue Goji ได้อธิบายว่า ภาวะ VR Motion Sickness เกิดขึ้นเนื่องจากสมองมีความรู้สึกไม่เชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริง เพราะระหว่างที่อยู่ในโลกเสมือนจริงนั้นผู้ใช้งานกำลังเคลื่อนไหว แต่ว่าในความเป็นจริงนั้นพวกเขายังอยู่กับที่ แต่ลู่วิ่งวีอาร์ ได้แก้ไขและบรรเทาอาการ VR Motion Sickness จากการใช้ VR ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาการ VR Motion Sickness ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะบางคนอาจจะไม่เผชิญกับปัญหานี้แม้แต่น้อย ในขณะที่บางคนก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับการทำงานของแว่น VR ได้อย่างรวดเร็วหลังจากสวมแว่นได้ไม่นาน สำหรับการจำหน่ายลู่วิ่งวีอาร์นั้นทาง Blue Goji ได้เล็งกลุ่มเป้าหมายในการตลาดไว้ที่กลุ่มศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และคลินิกกายภาพบำบัดต่างๆ รวมทั้งผู้ใช้งานฟิตเนสในกลุ่มไฮเอนด์ จะวางขายในปีหน้าโดยคาดว่าราคาต่องเครื่องอาจจะสูงถึง 12000 ดอลลาร์ หรือราวๆเกือบ 4 แสนบาทเลยทีเดียว